ข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์

(เพิ่มเติม) กลุ่มภิรัชบุรี เปิดกอง REIT ลงทุนสิทธิการเช่าภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์มูลค่า 6.6 พันลบ.

นายปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทภิรัชบุรีมีแผนจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ภิรัชออฟฟิศ หรือ Bhiraj Office REIT (BOFFICE) เพื่อเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าพื้นที่โครงการอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับส่วนสำนักงานทั้งหมด เป็นระยะเวลา ประมาณ 26 ปี 9 เดือน หรือตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสิทธิการเช่าพื้นที่ระยะยาวบางส่วนในโครงการอาคารสำนักงานจนถึงวันที่ 30 ก.ย.87 ซึ่งปัจจุบันกองทรัสต์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ทั้งนี้ โครงการอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ เป็นอาคารสำนักงานเกรด A มีความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่สุขุมวิทตอนต้น ใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) เชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพร้อมพงษ์เข้าสู่ตัวอาคารโดยตรง ลักษณะโครงการเป็น Mixed-use Commercial Complex ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ส่วนในอนาคตการขยายขนาดกองทรัสต์ BOFFICE บริษัทอาจจะพิจารณาเสนอขายอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรด A พื้นที่เช่า 32,000 ตารางเมตร ปัจจุบันมีอัตราการเช่า 60% เพื่อเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ทั้งนี้กลุ่มภิรัชบุรีจะนำเงินที่ได้จากการขายอาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ เข้ากอง BOFFICE ไปใช้เพื่อลงทุนก่อสร้างโครงการซัมเมอร์ ลาซาล ซึ่งเป็นโครงการ Mixed-use มูลค่า 4 พันล้านบาท ซึ่งมีพื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน 43,000 ตารางเมตร และยังมีคอมมิวนิตี้มอลล์กับโรงแรมในโครงการดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 3-4 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีการรองรับโครงการลงทุนอื่น ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 61 ที่จะมีความชัดเจนออกมา ซึ่งยังคงเป็นโครงการประเภท Mixed-use

นายอรรถกร เนตร์เนรมิตรดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภิรัช รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ กล่าวว่า โครงการอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ เริ่มเปิดให้บริการในเดือน มี.ค.58 ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 ก.ย.60 มีอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานเฉลี่ย 98.7% จากจำนวนพื้นที่ปล่อยเช่าทั้งหมดประมาณ 49,700 ตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เช่าหลากหลายตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ รวมถึงกระจายตัวในหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่ม E-Commerce กลุ่มเภสัชกรรม เป็นต้น จึงทำให้โครงการมีรายได้ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงการพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มผู้เช่ารายใดรายหนึ่ง ตลอดจนโอกาสการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าที่ดีในอนาคต

ทั้งนี้ Bhiraj Office REIT ซึ่งจะลงทุนครั้งแรกในสิทธิการเช่าระยะยาวบางส่วนในโครงการภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์นั้น ประกอบด้วย พื้นที่เช่าส่วนสำนักงานให้เช่าของอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์, พื้นที่จอดรถ, พื้นที่ส่วนกลางของสำนักงาน และพื้นที่สำหรับวางงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานของโครงการ รวมพื้นที่ทั้งหมด 94,853 ตารางเมตร โดยอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้เช่านับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2558 ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 มีอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานเฉลี่ย 98.7% ของพื้นที่ปล่อยเช่าทั้งหมดประมาณ 49,700 ตารางเมตร

นายทวีชัย ตั้งธนทรัพย์ หัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจ บล.ทิสโก้ ในฐานะที่ปรึกษาทางเงิน กล่าวว่า BOFFICE จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 6,605 ล้านบาท แบ่งเป็นการเสนอขายหน่วยทรัสต์ มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 5,153 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวในวงเงินไม่เกิน 1,750 ล้านบาท

BOFFICE จะมี บริษัท ภิรัช รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้จัดการกองทรัสต์, บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์, บลจ.กสิกรไทยเป็นทรัสตี และมี บล.ทิสโก้ และธนาคารกสิกรไทยเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยในปัจจุบัน ทางสำนักงาน ก.ล.ต. เริ่มนับหนึ่งคำขอและไฟลิ่งเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา

นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) หนึ่งในที่ปรึกษาทางการเงินของ BOFFICE กล่าวว่า ภาพรวมของกองทุนรวมและกองทรัสต์ที่ลงทุนในอาคารสำนักงานในประเทศไทยมมีความได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาวะตลาดของอาคารสำนักงานให้เช่าที่มีอัตราการเช่าที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยจาการนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถานบัน โดยเมื่อพิจารณาถึงอัตราเงินจ่ายผู้ถือหน่วยของ BOFFICE ตามรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์ สำหรับงวด 12 เดือน (1 ม.ค.- 31 ม.ค. 61) ที่สอบทานโดยผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้ลงทุนจะได้รับอัตราเงินจ่ายผู้ถีงหน่วย (First Year Yield) ราว 7.10% ซึ่งอัตราดังกล่าวประกอบด้วยส่วนเงินปันผล 2.32% และเงินลดทุนที่ประมาณการณ์ว่าจะจ่ายให้กับผู้ถือหน่วย 4.98%